เมื่อพูดถึงซีรีส์แนวประวัติศาสตร์-สงครามที่เต็มไปด้วยดราม่าและการเมือง เดอะ ลาสต์ คิงดอม คือหนึ่งในผลงานที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในรอบทศวรรษ ซีรีส์ที่ดัดแปลงจากนวนิยายชุด The Saxon Stories ของเบอร์นาร์ด คอร์นเวลล์ นำเสนอเรื่องราวของอูเทร็ดแห่งเบบบันเบิร์ก นักรบสองสายเลือดที่ต้องต่อสู้เพื่ออัตลักษณ์และดินแดนของตนเอง ท่ามกลางสมรภูมิระหว่างชาวแซกซันและผู้รุกรานชาวเดนมาร์ก
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
ซีรีส์เริ่มต้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 9 เมื่ออังกฤษแตกเป็นก๊กเป็นเหล่า ถูกคุกคามโดยกองทัพไวกิ้งจากเดนมาร์ก อูเทร็ด (รับบทโดย อเล็กซานเดอร์ ไดรมอน) เด็กชายแซกซันเชื้อสายสูง ถูกชาวเดนมาร์กจับตัวไปเลี้ยงดูหลังจากที่พวกเขาสังหารบิดาของเขา เขาเติบโตขึ้นมาพร้อมกับความรักในวัฒนธรรมไวกิ้ง แต่เมื่อถึงวัยหนุ่ม เขาต้องเลือกระหว่างสองโลก ขณะเดียวกัน กษัตริย์อัลเฟร็ด (เดวิด ดอว์สัน) แห่งเวสเซ็กซ์ พยายามรวบรวมอาณาจักรแซกซันให้เป็นปึกแผ่น อูเทร็ดจึงกลายเป็นหมากสำคัญในเกมการเมืองที่เต็มไปด้วยเลือดและการทรยศ
งานการแสดงและตัวละคร
อเล็กซานเดอร์ ไดรมอน ถ่ายทอดบทอูเทร็ดได้อย่างมีเสน่ห์ ทั้งความดุดัน อ่อนโยน และเจ้าเล่ห์ สร้างตัวละครที่ซับซ้อนและน่าติดตาม เดวิด ดอว์สัน ในบทอัลเฟร็ด มหาราช คืออีกหนึ่งไฮไลท์ ด้วยการแสดงที่เปี่ยมชั้นเชิง แสดงถึงความขัดแย้งระหว่างศรัทธาและการเมืองได้อย่างลึกซึ้ง ขณะที่ เอมิลี ค็อกซ์ ในบทบริด้า เพื่อนรักที่กลายเป็นศัตรู ก็สร้างความเจ็บปวดและสมจริง ตัวละครสมทบอย่างฟินัน (มาร์ก โรว์ลีย์) และอีธลวอลด์ (แฮร์รี แม็กเคนไทร์) ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
งานภาพของซีรีส์ทำได้อย่างสวยงาม ทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ของอังกฤษและท้องทะเลทางตอนเหนือถูกถ่ายทอดออกมาอย่างยิ่งใหญ่ ฉากต่อสู้เลือดเดือดสมจริง ใช้มุมกล้องที่พาเราเข้าไปสัมผัสความโหดร้ายของสงคราม ดนตรีประกอบโดย จอห์น ลันน์ (John Lunn) สร้างอารมณ์ร่วมได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งโทนเศร้าและเร้าใจ ตอกย้ำบรรยากาศของยุคกลางอันมืดมน
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
เดอะ ลาสต์ คิงดอม ไม่ใช่แค่ซีรีส์สงครามทั่วไป แต่เป็นการสำรวจอัตลักษณ์ ความภักดี และความหมายของ 'บ้านเกิด' ผ่านตัวละครที่ถูกฉีกระหว่างสองวัฒนธรรม ซีรีส์นำเสนอความขัดแย้งทางศาสนาและการเมืองอย่างชาญฉลาด โดยไม่ตัดสินว่าฝ่ายไหนถูกผิด ข้อดีคือการดำเนินเรื่องที่รวดเร็ว ไม่ยืดเยื้อ และการสร้างตัวละครที่ grey area ทำให้ผู้ชมเอาใจช่วยได้ทั้งสองฝ่าย ข้อเสียคือในบางซีซันช่วงกลางอาจรู้สึกซ้ำซากกับรูปแบบการหักหลังและกลับมาแก้แค้น แต่โดยรวมแล้วเป็นซีรีส์ที่รักษาคุณภาพได้อย่างน่าประทับใจตั้งแต่ต้นจนจบ
สรุป
เดอะ ลาสต์ คิงดอม คือซีรีส์ที่แฟนประวัติศาสตร์และดราม่าสงครามไม่ควรพลาด ด้วยเนื้อเรื่องที่เข้มข้น ตัวละครมีมิติ และโปรดักชันระดับสูง แม้จะมีจุดอ่อนเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วเป็นผลงานที่คุ้มค่าแก่การดูอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบ Game of Thrones ในยุคกลาง
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +เนื้อเรื่องเข้มข้น อิงประวัติศาสตร์อย่างละเอียด
- +การแสดงของนักแสดงนำและสมทบโดดเด่น
- +ฉากต่อสู้สมจริง งานภาพสวยงาม
👎 จุดด้อย
- −บางช่วงเนื้อเรื่องซ้ำซาก รูปแบบการหักหลังคล้ายเดิม
- −ตัวละครบางตัวถูกเขียนให้หายไปโดยไม่ค่อยมีน้ำหนัก
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ทั้งหมด 5 ซีซัน 46 ตอน (ซีซัน 1-4 ซีซันละ 8 ตอน, ซีซัน 5 มี 10 ตอน) และมีภาพยนตร์ปิดเรื่อง The Last Kingdom: Seven Kings Must Die
ทั้งสองเรื่องมีฉากหลังยุคไวกิ้งเหมือนกัน แต่ The Last Kingdom โฟกัสที่อังกฤษและตัวละครอูเทร็ด ซึ่งเป็นแซกซันที่เติบโตกับเดนมาร์ก ส่วน Vikings มุ่งเน้นไปที่ตำนานนอร์สและการเดินทางของนักรบ
แนะนำภาพยนตร์ปิดเรื่อง The Last Kingdom: Seven Kings Must Die (2023) หรือซีรีส์ Vikings, Vikings: Valhalla, และ The Witcher